PROFILE

posted on 14 Sep 2010 09:26 by taro9934

 

 

 

ชื่อเจ้าของบล๊อก : ด.ญ.รตาวรรณ  ไสยะ

อายุ 14 ปี

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ชั้นม.2/4

        บล๊อกนี้เจ้าของบล๊อกตั้งใจทำเป็นอย่างมากเป็น Blog ที่เกี่ยวกับช็อกโกแลตที่แสนจะอร่อย เริ่มแรกเนี่ย!เจ้าของบล๊อกก็ยังไม่ทราบถึงประวัติความเป็นมาหรอกจ้า แต่ว่าหลังจากที่ได้ไปศึกษาหาความรู้ต่างๆ ก็ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาแล้วก็นำมาเผยแพร่ อีกทั้งยังมีวิธีการทำช็อกโกแลตที่แสนจะอร่อยให้ด้วยนา! พร้อมทั้งเคล็ดลับในการทำช็อกโกแลตที่อาจจะไม่มีใครรู้ก็ได้จ้า าๆ ถ้าพร้อมแล้ว คลิ๊ก เข้าไปใน blog เลยจ้า

edit @ 14 Sep 2010 09:32:04 by FliGHT JUB!

edit @ 14 Sep 2010 09:43:55 by FliGHT JUB!

CHOCOLATE

posted on 13 Aug 2010 12:22 by taro9934

ช็อกโกแลต เจ้าของบล๊อกโปรดปรานมากที่สุด 55555 พึ่งรู้เหมือนกันว่า ประวัติของช็อกโกแลต เป็นยังไง มาดูกันนะว่า นิสัยของแต่ละคนตามสไตล์การกินช็อกโกแลต จะเป็นยังไง!!

ประวัติช็อกโกแลต (Chocolate)



    

 

ช็อกโกแลตถูกค้นพบมาตั้งแต่สองพันปีที่แล้ว หลังสมัยพระนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ เป็นผลผลิตที่ได้จากเมล็ดของต้นคาเคา (cacao) ในป่าร้อนชื้นของทวีปอเมริกา จัดอยู่ในตระกูล Theobroma cacao แปลว่า "อาหารแห่งทวยเทพ"

    
ชนกลุ่มแรกที่รู้จักทำช็อกโกแลตเป็นอารยธรรมโบราณที่อยู่ในเม็กซิโก และอเมริกากลาง ชนกลุ่มนี้ได้แก่ชาวมายา และชาวแอซเทค แห่งอารยธรรมเมโสอเมริกา คนเหล่านี้เอาเมล็ดคาเคามาบดแล้วผสมกับเครื่องปรุงหลายชนิดเพื่อทำเป็นเครื่องดื่มที่มีรสขมเฝื่อน นอกจากใช้ประกอบอาหารแล้วช็อกโกแลตยังเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเชิงศาสนาและสังคมด้วย

    ชาวมายา (ค.ศ. 250-900) เป็นชนชาติแรกที่มีหลักฐานชัดเจนว่าได้ค้นพบความลับของต้นคาเคา โดยพวกเขาได้นำต้นคาเคามาจากป่าฝนและปลูกไว้ที่สวนหลังบ้าน พอออกฝักก็เก็บเอาเมล็ดมาหมักบ้าง คั่วบ้าง และยังบดเป็นเนื้อเหนียว อยากชงเป็นเครื่องดื่มก็เอามาผสมน้ำ โรยพริกไท แป้งข้าวโพด ก็จะได้เครื่องดื่มช็อกโกแลตรสซาบซ่ามีฟองฟ่อง

    
ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 อาณาจักรของชาวแอซเทคครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของอารยธรรมเมโสอเมริกา โดยมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่เมืองปัจจุบันเรียกว่า เม็กซิโก ซิตี้ ชาวแอซเทคได้ซื้อขายเมล็ดคาเคากับชาวมายาและชนชาติอื่น และยังเรียกเก็บค่าบรรณาการจากพลเมืองของตนและเชลยเป็นเมล็ดคาเคา โดยใช้แทนค่าเงิน ชาวแอซเทคนิยมดื่มช็อกโกแลตขมเช่นเดียวกับชาวมายายุคแรก โดยปรุงรสชาติให้ซู่ซ่าขึ้นด้วยเครื่องเทศ ชาวเมโสอเมริกาสมัยนั้นยังไม่มีใครปลูกอ้อยก็เลยไม่มีใครใส่น้ำตาลกัน

    
เล่ากันว่า คนมายายุคคลาสสิกชอบดื่มช็อกโกแลตกันในวาระพิเศษ ขณะที่บรรดาเชื้อพระวงศ์จะนิยมดื่มกันมาก ส่วนชาวแอซเทค บรรดาผู้ปกครองระดับสูง พระ ทหารยศสูง และพ่อค้าที่มีหน้ามีตาเท่านั้นที่มีสิทธิลิ้มรสเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์นี้ ช็อกโกแลตมีบทบาทสำคัญในพิธีของราชวงศ์และศาสนา เพราะใช้เมล็ดคาเคาเป็นเครื่องสักการะเทพเจ้า และดื่มในพิธีสำคัญ

    สำหรับที่มาของชื่อช็อกโกแลตนั้นยังไม่มีใครอธิบายได้แจ่มชัด แต่มีความเป็นไปได้สองทาง ทางแรกเป็นคำที่ผันมาจากคำว่า "ช็อคโกลัจ" ในภาษามายา ซึ่งหมายถึง มาดื่มช็อกโกแลตด้วยกัน อีกทางหนึ่งอธิบายว่าน่าจะมาจากภาษามายาเช่นกัน คือ " chocol" แปลว่า ร้อน ผสมกับคำว่า "atl" ของแอซเทคที่แปลว่า น้ำ พอมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า chocolatl และมาเป็น chocolate ต่อมาในยุโรป

 

ทายนิสัยจากช็อคโกแลต

 

    ช็อคโกแลตนอกจากจะเป็นของหวานแสนอร่อย ที่ให้พลังงานต่อร่างกายแล้วยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และมิตรภาพ และที่พิเศษไปกว่านั้น ช็อคโกแลตยังสามารถบ่งบอกถึงนิสัยของคุณที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอีกด้วย เรามีคำทายสนุกๆจากการเลือกกินช็อคโกแลตของคุณมาฝากกันค่ะ

ช็อคโกแลตมิ้นต์

     เป็นคนที่มองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ชอบเก็บเอาอดีตมาใส่ใจ ไม่มีกฏระเบียบอันใดที่จะหยุดคุณได้ยกเว้นคุณจะเป็นคนสร้างกฏนั้นเสียเอง เป็นคนชัดเจนและเปิดเผย ตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพยายามมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ข้อเสีย บางครั้งก็มุ่งมั่นมากเกินไป ควรจะปล่อยวางบ้าง


ช็อคโกแลตนม

     เป็นคนโรแมนติก และแสนจะอบอุ่นคนหนึ่งเชียวล่ะ ตัดสินใจรวดเร็ว คุยสนุกและยิ่งไปกว่านั้นคุณชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอในยามที่พวกเขาต้องการ ข้อเสีย ด้วยความที่คุณมักจะเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจของคนอื่นๆ อยู่เสมอ อาจจะทำให้คนคิดว่าคุณชอบทำตัวเด่นเกินไป และในบางเวลาคุณควรหันมาใส่ใจตัวเองให้มาก ค่อยช่วยเหลือคนอื่น


ช็อคโกแลตสอดไส้

     เป็นสาว/หนุ่มสังคมตัวยง มีงานปาร์ตี้ที่ไหนคุณก็ไม่เคยพลาด คุณเป็นคนชอบให้มีคนอยู่รอบข้างเสมอ และที่สำคัญคุณเป็นคนใจบุญ ข้อเสีย คุณเบื่อง่าย และมักจะเห็นดีเห็นงามกับความคิดของคนอื่นแบบง่ายๆไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม


ช็อคโกแลตเวเฟอร์

    เป็นคนรักสนุก มีอารมณ์ขัน ช่างพูดช่างคุย ทำให้คนรอบข้างคุณมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ คุณมักจะชอบเล่าเรื่องตลก หรือมีกลเม็ดเด็ดพรายคอยทำให้คนอื่นหัวเราะอยู่เสมอ และใครที่ได้เป็นเพื่อนจะเป็นคนที่โชคดีมากเพราะคุณคือเพื่อนแท้แห่งชีวิตทีเดียว


ช็อคโกแลตขม

     เป็นคนไม่ชอบการรอคอยอะไรที่นานๆ และมักจะตกหลุมรักง่าย เป็นคนใจร้อน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็เป็นคนช่างคิด ข้อเสีย เป็นคนที่ขาดความอดทน คุณเหมือนเป็นคนที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวเองกลับไม่ได้อะไรเลย

ช็อกโกแลตมีข้อกล่าวหาและมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่า เป็นบ่อเกิดแห่งสิว เพราะจริงๆ แล้ว การเกิดสิวนั้นไม่มีผลมาจากรับประทานอาหารชนิดใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้อกล่าวหาทีว่า ช็อกโกแลตมีคาเฟอีนนั้น ความจริงมีอยู่เพียงเล็กน้อย โดยอัตราส่วนช็อกโกแลต 1.4 ออนซ์ จะมีคาเฟอีนอยู่เพียง 6 มก. ซึ่ง เท่ากับจำนวนของคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟแบบดีแคฟ และสำหรับ ไวท์ช็อกโกแลตไม่มีคาเฟอีนอยู่เลย โดยรวมๆ แล้วช็อกโกแลตสามารถเรียกได้ว่า เป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างดีทีเดียว เพราะในต่างประเทศ ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าสารประกอบในช็อกโกแลตมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิด มะเร็งและลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากในตัวช็อกโกแลตมีสารชื่อว่า ฟีโนลิกอยู่ในปริมาณสูงฟีโนลิกเป็นสารซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการก่อตัวของไขมันในเส้นเลือด ที่สำคัญยังช่วยชะลอความแก่ด้วย นอกจากนั้นช็อกโกแลตสามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์ต่อมรักได้เพราะช็อกโกแลตมีสารกระตุ้นที่มีผลต่อ หัวใจและระบบประสาท เมื่อรับประทานช็อกโกแลตหัวใจจะเต้นแรงขึ้น รู้สึกคึกคักอยากจะกระโดดโลดเต้น อีกทั้งเคยมีคนพูดว่า อารมณ์ตอนทานช็อกโกแลตนั้น เหมือนอารมณ์ตอนตกหลุมรักเพราะร่างกายจะหลั่งสารชนิดเดียวกันออกมา มีข้อแตกต่าง ตรงที่เราหาซื้อความรักไม่ได้ แต่เราสามารถหาซื้อช็อกโกแลตได้ 

ประโยชน์อื่นๆ ของช็อกโกแลต เช่น ช่วยปรับอารมณ์และจิตใจ ให้เข้าสู่สภาวะปกติ เหมาะมากสำหรับผู้หญิงวัยทองที่เลือดจะไป ลมจะมาทั้งหลาย ฉะนั้นช็อกโกแลตจึงถือได้ว่าเป็นขนมหวานอันดับหนึ่งสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว ช่วยลดอาการปวดท้อง หงุดหงิด หน้าบวม ก่อนมีประจำเดือน ช่วยแก้อาการเมาค้าง ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะได้พิสูจน์พบแล้วว่า สารที่พบในช็อกโกแลตเป็นสารที่พบในผักผลไม้ และไวน์แดง ช่วยลดอาการอักเสบเวลา เจ็บป่วยต่างๆ มีผลต่อสมองเพราะช่วยทำให้ตื่นตัว และยังช่วยให้กระฉับกระเฉงอีกด้วย ในมิลค์ช็อกโกแลตจำนวน 1.4 ออนซ์ จะประกอบด้วย โปรตีน 3 กรัม แคลเซียมร้อยละ 5 และธาตุเหล็กร้อยละ 15 โดยเฉพาะช็อกโกแลตที่ใส่ถั่วหรืออัลมอนด์ จะมีสารอาหารเหล่านี้มากขึ้นตามไปด้วย 

 
 

สรุปว่าเมื่อรับประทานช็อกโกแลตไม่ต้องกลัวสิว ไม่ต้องกลัวอ้วนกันอีกต่อไปแล้ว ขอแค่บริโภคอย่างพอดี และ ตระหนักไว้เสมอว่าช็อกโกแลตอุดมไปด้วยไขมันและน้ำตาล ซึ่งถ้าร่างกายได้รับมากเกินไป จะเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรดูแล สุขภาพของตัวท่านเองให้ดี อย่าตามใจปากมากนัก เพราะการรับประทานอาหารอะไรก็ตามปริมาณมากเกินไป ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดปัญหาได้ด้วยกันทั้งสิ้น ดังที่พระพุทธเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า ทุกอย่างต้องเดินทางสายกลางไม่มากหรือน้อยเกินไป ท่านผู้อ่านคิดว่าจริงไหมคะ

วิธีการทำช็อกโกแลต


 

นำน้ำใส่หม้อ ต้มจนน้ำเดือด  ว้าวๆ ร้อนๆ !! 555

นำช็อคโกแลตหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในถ้วยแก้วที่สามารถทนความร้อนได้ จากนั้น ก็นำแก้วไปใส่ไว้ในหม้อน้ำที่กำลังเดือด คนจนช็อคโกแลตละลาย ว้าว ว ดูแล้วอยากจะละลายไปกับช็อกโกแลต

ช็อคโกแลตละลายได้ที่แล้ว ก็รีบนำช็อคโกแลตที่ได้เทใส่แก้วคอกเทลที่เตรียมไว้
เมื่อช็อคโกแลตเริ่มแข็งตัวแล้ว นำเยลลี่รูปหัวใจมาวางไว้ด้านบน

สุดท้ายนำไปแช่ตู้เย็น ก่อนจะนำมาจัดเสิร์ฟเป็นของหวาน หลังดินเนอร์มื้อค่ำก็ได้

เทคนิคอย่างแรก ในขั้นตอนการทำช็อกโกแลตก็คือการตุ๋น ซึ่งจะต้องใช้วิธีการตุ๋นบนน้ำที่อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป ก็คือใช้น้ำอุ่นเกือบร้อน แต่ไม่ถึงกับร้อนจัด และข้อต่อมา ก็คือในระหว่างการตุ๋นนั้น สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดก็คือไม่ให้น้ำกระเด็นตกลงมาในหม้อช็อกโกแลตเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นช็อกโกแลตของคุณก็จะไม่แข็งตัวดีเท่าที่ควร และภาชนะที่ใช้ตุ๋นก็ต้องสะอาดด้วยนะคะ ส่วนถ้าบ้านไหนมีเครื่องมือที่ช่วยในการวัดอุณหภูมิ ก็ดีไปอีกแบบ โดยวิธีการใช้นั้นให้จุ่มลงในช็อกโกแลตแค่กึ่งกลางของภาชนะ จะไม่จุ่มจนถึงก้นภาชนะที่ตุ๋นเด็ดขาด เพราะจะทำให้อุณหภูมินั้นร้อนเร็วกว่าปกติจนทำให้เกิดการผิดพลาดได้
 

เว็บไซด์อ้างอิง

http://web.technicchan.ac.th/~kans/tainisai.html

http://www.school.net.th/schoolnet/article/read.php?article_id=466

edit @ 13 Aug 2010 12:34:37 by taro9934

edit @ 13 Aug 2010 13:29:23 by taro9934

edit @ 15 Aug 2010 12:46:41 by taro9934

edit @ 20 Aug 2010 20:25:52 by taro9934

edit @ 24 Aug 2010 18:45:15 by taro9934

edit @ 6 Sep 2010 21:44:21 by FliGHT JUB!

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก